เครื่องมือการเกษตรที่เหล่าเกษตรกรต้องมี

เครื่องมือการเกษตรที่เหล่าเกษตรกรต้องมี

แม้ว่าการทำเกษตรกรรมนั้นจะต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ แต่เมื่อเป็นอาชีพหลักเราก็จะเป็นที่จะต้องอดทน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีอุปกรณ์การเกษตรมากมายที่สามารถช่วยทุ่นแรงเหล่าเกษตรกรได้ อาจจะไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตัวเองทั้งหมด เพียงแค่มีอุปกรณ์เหล่านี้ ในการทำเกษตรกรรมก็จะง่ายขึ้นเป็นกองเลย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกัน รถตัดหญ้า มีขนาดใหญ่ และเสียงดัง ใช้พลังงานจากน้ำมันเบนซิน มีล้ออยู่ที่มุมและมีที่จับอยู่ด้านบนเป็นรูปตัว U รถตัดหญ้ารุ่นใหม่ ๆ จะมีระบบสตาร์ตเครื่องเอง และมีฝาปิดช่องเติมน้ำมัน 2 ฝาบนตัวเครื่อง มีสายเคเบิลควบคุม และกลไกควบคุมแรงกดที่มือจับ มีใบมีดเป็นโลหะแบน ความยาวและความกว้างประมาณต้นแขนและฝ่ามือ ส่วนปลายจะคมทั้งสองด้าน ใบมีดจะอยู่ใต้ตัวเครื่อง ใกล้กับพื้นดิน ซึ่งจะช่วยทุ่นแรงในการตัดหญ้าได้ดีเลย จอบ จอบ ใช้สำหรับขุดดิน ถากหญ้าขุดแปลง หรือใช้สำหรับขุดหลุมใหญ่ๆก่อนใช้ควรจะตรวจสอบว่าจอบเข้าด้ามแน่นหนาไหม หลังจากที่ได้มีการใช้แล้วล้างทำความสะอาดและก็ใช้ผ้าเช็ดถูให้แห้ง ทาน้ำมันป้องกันสนิมแล้วเก็บเข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คราด คราด ใช้สำหรับย่อยดินและก็เก็บเศษต้นหญ้า แต่งแปลงปลูก แล้วก็ใช้เก็บเศษหญ้าบนหน้าดิน ก่อนใช้ควรจะตรวจตราว่าคราดอยู่ในสภาพที่ ใช้ได้หรือเปล่า ขณะใช้ควรระมัดระวังไม่ให้ด้ามคราดไปถูกคนใกล้เคียง หลังจากที่ใช้แล้วล้างชำระล้างและใช้ผ้าขัดถูให้แห้ง ทาน้ำมันกันสนิมแล้วเก็บเข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบ เครื่องพ่นปุ๋ย/พ่นยา เครื่องพ่นปุ๋ย/ยาแบตเตอรี่ เป็นสิ่งที่เกษตรกรและคนรักต้นไม้หามาติดบ้านไว้เพื่อดูแลให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม ได้ผลดก มาพร้อมความสะดวกสบายที่คุณสะพายเป้ติดหลังแล้วนำไปพ่นปุ๋ยหรือยาที่แปลงเกษตรได้ ไม่ต้องยกของพะรุงพะรังเลย เครื่องหยอดเมล็ด...

READ MORE
พืชเศรษฐกิจยอดนิยมในไทย

พืชเศรษฐกิจยอดนิยมในไทย

เราทราบกันดีว่าเมองไทยนั้นเป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำ ประชากรประกอบอาชีพเกษตรกร ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นก็มีการทำการเกษตรที่แตกต่างกันออกไป ตามสภาพพื้นที่นั้นๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงพืชเศรษฐกิจยอดนิยมในไทย เผื่อใครมที่กำลังมองหาพืชทำการเกาตรก็จะไปได้ศึกษาและทดลองปลูกกันได้เลย แน่นอนว่าข้าวนั้นเป็นพืชเศรษฐกิจยอดนิยมอย่างแน่นอน เพราะข้าว คือ อาหารหลักของคนไทยและผู้คนอีกจำนวนมาก จึงต้องยอมรับว่ายังคงเป็นพืชเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับความต้องการจากประเทศคู่ค้ามหาศาลในแต่ละปี โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวที่ถูกยกย่องว่าดีสุดของโลกอย่าง “ข้าวหอมมะลิ” ด้วยรสสัมผัสอันเนียนนุ่ม บวกกับรสชาติที่มีความหวานในตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากใครที่ได้ทานต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย พืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งประเภทที่ถูกยกให้เป็นผลิตภัณฑ์สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยมากในลำดับต้น ๆ ปกติแล้วมันสำปะหลังจะไม่ได้ถูกนำไปใช้ประกอบอาหารของคน แต่จะถูกนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์เนื่องจากมีคุณค่าโภชนาการสูง อีกทั้งยังมีการนำไปแปรรูปเพิ่มเติมกลิ่นให้กับอาหารมีความน่าทานมากขึ้น, ผลิตเป็นน้ำมันเอทานอลเพื่อใช้งานแทนที่พลังงานจากน้ำมันดิบ นั่นส่งผลให้พืชเศรษฐกิจตัวนี้มีความต้องการในตลาดโลกสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง แม้ว่าราคายางพาราในประเทศเรานั้นจะมีขึ้น-ลง  แต่ด้วยปัจจุบันการน้ำยางยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเพื่อนำไปทำสิ่งต่าง ๆ ให้มนุษย์ได้ใช้งานมากมาย อาทิ ยางรถยนต์, ส่วนผสมในการทำยางมะตอยเทพื้น, ยางกันรั่วซึม, ถุงยางอนามัย และอื่น ๆ อีกมาก ผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทยนั้นมีการส่งออกทั้งแบบน้ำยางดิบและผ่านการแปรรูปมาแล้ว จึงส่งผลถึงการสร้างรายได้ที่หลากหลาย ในอดีตการปลูกยางมักปลูกกันแถบภาคใต้ ทว่าปัจจุบันได้มีการพัฒนาและปรับพื้นที่ในภาคอื่นๆ ด้วย เป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป้นที่ต้องการของต่างประเทศอย่างมาก  ซึ่งการส่งออกอ้อยนั้นไม่ได้หมายถึงการส่งออกไปแบบสด ๆ เพียงอย่างเดียว แต่มีการนำไปแปรรูปเป็นน้ำตาลทรายเพื่อใช้ปรุงอาหาร รวมถึงมีการนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนต่าง ๆ ประเทศไทยมีการสร้างรายได้จากอ้อยมากเป็นอันดับ 2 รองเพียงแค่บราซิลประเทศเดียวเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพืชเศรษฐกิจกลุ่มนี้ยังคงมีความสำคัญต่อการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศ เป็นอย่างไรกันบ้างกับพืชเศรษฐกิจ ซึง่ในปัจจุบันเราสามารถปลูกพืชอะไรก็ได้ในพื้นที่...

READ MORE
รู้จักสายพันธุ์ข้าวไทย

รู้จักสายพันธุ์ข้าวไทย

ข้าว นั้นเป็นอาหารหลักของคนไทย และถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับความต้องการจากประเทศคู่ค้ามหาศาลในแต่ละปี โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวที่ถูกยกย่องว่าดีสุดของโลกอย่าง “ข้าวหอมมะลิ” ด้วยรสสัมผัสอันเนียนนุ่ม บวกกับรสชาติที่มีความหวานในตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากใครที่ได้ทานต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย ซึ่งจริง ๆ แล้วข้าวอันถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเมืองไทยนั้นไม่ได้มีแค่ข้าวหอมมะลิเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสายพันธุ์อื่น ๆ ด้วย วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักสายพันธุ์ข้าวไทยกันเลยดีกว่าล ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา จะมีลักษณ์เรียวยาว มีกลิ่นหอมและนุ่ม มาจาก เป็นข้าวที่มาจาก“ทุ่งกุลาร้องไห้” ภาคอีสาน ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว ข้าวสังข์หยด มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวปนสีแดงจางๆจนถึงสีแดงเข้ม ข้าวกล้องมีสีแดง เพราะมีแอนโทไซยานินอยู่ในเยื่อชั้นนอกของข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือเมื่อขัดสีบางเมล็ดมีสีขาวใส แต่ส่วนใหญ่ลักษณะขุ่นขาว เมื่อหุงสุกจะนุ่มมากและยังคงนุ่มอยู่เมื่อเย็นลง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นข้าวคุณภาพพิเศษ เป็นสีข้าวเปลือกมีสีฟาง เมล็ดมีความเรียวยาว เป็นข้าวที่หุงขึ้นหม้อ ไม่แข็ง ไม่บูดง่าย แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้น เเละขนมได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาโรคเบาหวาน ควบคุมโรคมะเร็ง โรคอ้วน พิษสุราเรื้อรัง เหน็บชา เป็นข้าวสายพันธุ์คนไทยที่จัดได้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ข้าวสีม่วงที่อุดมไปด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์มากมาย ช่วยแก้ปัญหาภาวะโรคต่างๆ ได้อย่างทุเลาเบาบางอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้ข้าวไรซ์เบอรี่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นข้าวกล้อง หรือ ข้าวซ้อมมือชนิดหนึ่ง ที่มีข้าวเยื่อเปลือกหุ้มสีแดงมันปู เนื่องจากเป็นข้าวกล้อง จึงมีสารอาหารสูง ดีต่อสุขภาพ...

READ MORE
วิธีปลูกข้าว

วิธีปลูกข้าว

ประเทศไทยของเรานั้นรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตและส่งออกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เพราะว่าข้าวไทยของเรานั้นมีความอร่อย นุ่ม ละมุน และรับประทานเพลินมากๆ ในแต่ละปีนั้นจะมีฤดูของการปลูกข้าว ซึ่งในแต่ละภาคก็จะทำแตกต่างกันออกไป แล้วแต่สภาพพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น น้ำ อากาศ ดิน วันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับการทำนาปลูกข้าวกันให้มากขึ้นดีกว่า  หลักสำคัญของการทำนา ฤดูทำนาปีในประเทศไทยปกติจะเริ่มราวเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน เมื่อ 3 เดือนนี้ผ่านไป ข้าวที่ปักดำหรือหว่านเอาไว้จะสุกงอมเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว ส่วนนาปรังสามารถทำได้ตลอดปี เพราะพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกเป็นพันธุ์ที่ไม่ไวต่อช่วงแสง เมื่อข้าวเจริญเติบโตครบกำหนดอายุก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ การปลูกข้าว การปลูกข้าวสามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธี คือ การปลูกด้วยเมล็ดโดยตรง ได้แก่ การทำนาหยอดและนาหว่าน  และ การเพาะเมล็ดในที่หนึ่งก่อน แล้วนำต้นอ่อนไปปลูกในที่อื่นได้แก่ การทำนาดำ เป็นการปลูกข้าวโดยเพาะเมล็ดให้งอกและเจริญเติบโตในระยะหนึ่ง แล้วย้ายไปปลูกในอีกที่หนึ่ง สามารถควบคุมระดับน้ำและวัชพืชได้ การทำนาดำแบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอน คือ

READ MORE
อาชีพเกษตรกรรมที่สามารถครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

อาชีพเกษตรกรรมที่สามารถครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

สังคมไทยมีรากฐานมาจากสังคมเกษตรกรรม โดยการทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนมีหลายรูปแบบ แตกต่างไปตามพื้นฐานความเชื่อความเป็นมา และความเหมาะสมกับแต่ละภูมินิเวศ และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ชุมชน และมีการให้ชื่อและความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งจะคำนึงพื้นที่ที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด จึงทำให้อาชีพเกษตรกรรมจึงถือเป็นรายได้หลักมาอย่างช้านาน แม้ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนมากจะเลือกเข้ามามองหางานทำในเมืองหลวงรวมถึงเลือกทำงานประเภทอื่น ๆ มากขึ้น แต่เกษตรกรรมก็ยังถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างผลผลิตให้กับคนไทยและอีกหลายล้านคนบนโลก  เกษตรกรรมคืออะไร เป็นการเพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และรูปแบบของชีวิตแบบอื่นๆ เพื่อเป็นอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิงชีวภาพ ยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อความยั่งยืนและเพิ่มสมรรถนะในชีวิตมนุษย์ ซึ่งเกษตรกรรมถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในความเจริญของอารยธรรมมนุษย์ที่ไม่ย้ายที่อยู่ซึ่งการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ในสปีชีส์ที่ถูกทำให้เชื่องได้ผลิตอาหารส่วนเกิน และสามารถช่วยหล่อเลี้ยงพัฒนาการของอารยธรรม โดยทั่วไปเกษตรกรรมทั้งหมดจะต้องมีการพึ่งพาในด้านของเทคนิคต่างๆ เพื่อเป็นการขยายและบำรุงที่ดินที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงสปีชีส์ที่ถูกทำให้เชื่อง สำหรับพืช เทคนิคนี้มักจะอาศัยการชลประทานบางรูปแบบ แม้จะมีหลายวิธีการของเกษตรกรรมในพื้นที่แห้งแล้งอยู่ก็ตาม ปศุสัตว์จะถูกเลี้ยงในระบบทุ่งหญ้าผสมกับระบบที่ไม่เป็นเจ้าของที่ดิน ในอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของพื้นที่ที่ปราศจากน้ำแข็งและปราศจากน้ำของโลก ในโลกพัฒนาแล้วเกษตรอุตสาหกรรมที่ยึดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ได้กลายเป็นระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่มีความโดดเด่น แม้ว่าจะมีแรงสนับสนุนที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับเกษตรกรรมแบบยั่งยืน รวมถึงเกษตรถาวรและเกษตรกรรมอินทรีย์ จนกระทั่งมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ของประชากรมนุษย์ทำงานในภาคการเกษตร การเกษตรแบบก่อน-อุตสาหกรรมโดยทั่วไปเป็นการเกษตรเพื่อการดำรงชีวิตที่มีการพึ่งตัวเอง ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกพืชเพื่อการบริโภคของตัวเองแทนพืชเงินสดเพื่อการค้า การปรับเปลี่ยนที่โดดเด่นในการปฏิบัติทางการเกษตรได้เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาโดยมีการตอบสนองต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ และการพัฒนาของตลาดโลก และยังได้นำไปสู่การปรับปรุงด้านเทคโนโลยีในเทคนิคการเกษตร  จะเห็นได้ว่า เกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศมาจากสินค้าการเกษตรเป็นสำคัญ ซึ่งนําไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภคในปัจจุบัน

READ MORE
วนเกษตร ระบบการเกษตรที่ให้ความอุดมสมบูรณ์

วนเกษตร ระบบการเกษตรที่ให้ความอุดมสมบูรณ์

วนเกษตรเป็นการทำเกษตรกรรมที่สร้างความสมบูรณ์ทางชีวภาพและฟื้นฟูไม่ให้พื้นที่เสื่อมโทรม อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย มีการสร้างแนวชนกันด้านกายภาพ วนเกษตรมีที่มาจากการลดลงของป่าไม้ที่มากจนเกินไปซึ่งเป็นผลจากการสร้างตึกหรือโรงงาน ทำให้ความเป็นธรรมชาติมีน้อยลง ในบทความจะมากล่าวถึงวนเกษตรว่ามีการทำเกษตรกรรมแบบใด  ความหมายของ วนเกษตร วนเกษตร คือการทำเกษตรบริเวณพื้นที่ป่า ยกตัวอย่างเช่น ทำการปลูกพืชเกษตรซึ่งปลูกแซมไปกับป่าธรรมชาติ รวมถึงเลี้ยงสัตว์ในป่า การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของผลผลิตที่เก็บได้มาจากป่า เพาะปลูกโดยใช้พื้นที่ในป่าบางเวลา ซึ่งจะมีการสลับกับปล่อยพื้นที่ป่าคืนสภาพไปเป็นเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีการทำเกษตรในระบบที่เลียนแบบกับระบบนิเวศป่า นั่นก็คือการมีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่และหนาแน่นจึงให้ความชุ่มชื้นรวมถึงให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี แต่ละพื้นที่จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป รูปแบบการเกษตรที่เรียกว่าวนเกษตรนั้นส่วนใหญ่แล้วชุมชนอยู่ใกล้พื้นที่ป่า หรือก็คือชุมชนอยู่กับธรรมชาตินั่นเอง การที่ใช้ผลผลิตจากป่าจึงไม่ได้มีผลกับระบบนิเวศแต่อย่างใด รูปแบบทางการเกษตรของวนเกษตรในแต่ละแห่งจะไม่เหมือนกัน  ประเภทของ วนเกษตร สำหรับการแบ่งประเภทการทำวนเกษตรนั้น จะมีอยู่หลายประเภท ซึ่งสามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้ จะเห็นว่า วนเกษตรเป็นรูปแบบของการทำเกษตรกรรมยั่งยืนที่สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน ทำให้ต้องเลือกว่าจะใช้วนเกษตรแบบใดเพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ในเขตของตนเอง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำเกษตรกรรม

READ MORE
สายพ่นน้ำยาที่ใช้อยู่ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำยาไม่ได้ผลเท่าที่ควร

สายพ่นน้ำยาที่ใช้อยู่ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำยาไม่ได้ผลเท่าที่ควร

เมื่อผลลัพธ์ของการพ่นน้ำยาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หลายคนมักเริ่มตรวจสอบจากน้ำยาที่ใช้ ความเข้มข้น หัวพ่น หรือแรงดันของปั๊ม แต่มีองค์ประกอบหนึ่งที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่มีผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง นั่นคือสายพ่นน้ำยาซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างแหล่งจ่ายกับจุดพ่นจริง ในงานจริง สายไม่ได้เป็นเพียงท่อส่งของเหลว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่กำหนดว่าน้ำยาจะถูกส่งออกมาอย่างสม่ำเสมอ มีแรงดันคงที่ และรักษาคุณสมบัติของน้ำยาไว้ได้มากเพียงใด ทำไมผลลัพธ์ของการพ่นจึงไม่สม่ำเสมอ ระบบพ่นน้ำยาที่ดูเหมือนทำงานปกติ อาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา เช่น บางครั้งพ่นได้ละเอียด บางครั้งหยดใหญ่ หรือแรงดันตกโดยไม่ทราบสาเหตุ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากหัวพ่นเสมอไป แต่เกิดจากพฤติกรรมของสายระหว่างการใช้งาน เมื่อสายพ่นน้ำยามีการยืด ขยาย หรือยุบตัวระหว่างการจ่ายน้ำยา แรงดันที่ปลายทางจะเปลี่ยนตามทันที ส่งผลให้รูปแบบการพ่นไม่คงที่ แม้ระบบต้นทางจะยังทำงานเหมือนเดิมก็ตาม พฤติกรรมของสายที่ส่งผลต่อคุณภาพการพ่น ในระหว่างการพ่น น้ำยาไม่ได้ไหลอย่างคงที่เสมอไป โดยเฉพาะในระบบที่มีการเปิด–ปิดเป็นจังหวะ หรือใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากสายไม่สามารถคงรูปและรับแรงได้ดี พฤติกรรมของของเหลวภายในจะเปลี่ยนตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสายพ่นน้ำยาได้แก่ ปัญหาเหล่านี้ทำให้น้ำยา “เหมือนพ่นแล้ว” แต่ไม่ได้ให้ผลตามที่ตั้งใจไว้จริง การใช้งานต่อเนื่องกับการเสื่อมของสาย หลายระบบต้องพ่นน้ำยาเป็นเวลานานต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานทำความสะอาด งานฆ่าเชื้อ หรือการพ่นสารเคมีในพื้นที่เฉพาะ การใช้งานลักษณะนี้ทำให้สายต้องรับแรงดันและแรงสะสมตลอดเวลา หากสายพ่นน้ำยาไม่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่อเนื่อง วัสดุจะเริ่มอ่อนตัวหรือเสียรูป ส่งผลให้แรงดันตกและประสิทธิภาพการพ่นลดลงโดยไม่รู้ตัว แม้จะยังไม่เกิดการรั่วหรือแตกก็ตาม น้ำยากับปฏิกิริยาที่เกิดกับสาย อีกปัจจัยหนึ่งที่มักถูกมองข้าม คือคุณสมบัติของน้ำยาที่ใช้ น้ำยาบางชนิดมีฤทธิ์กัดกร่อนหรือทำปฏิกิริยากับวัสดุของสาย เมื่อใช้งานไปสักระยะ วัสดุภายในสายจะเปลี่ยนสภาพ...

READ MORE
เกษตรกรรม คืออะไร มีกี่ประเภท มาทำความเข้าใจกัน

เกษตรกรรม คืออะไร มีกี่ประเภท มาทำความเข้าใจกัน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่ทำการเกษตรเป็นหลัก โดยประเทศไทยของเราเป็นที่ที่ทำการเกษตรมาอย่างยาวนานหลายยุคสมัยแล้ว และในปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่ จึงเรียกได้ว่าเป็นอาชีพหลักของคนในประเทศเลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะเป็นอาชีพหลักของคนในประเทศ แต่ก็มีผู้คนไม่น้อยเลยเหมือนกันที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของเกษตรกรรมขนาดนั้น และยังไม่รู้ด้วยการเกษตรกรรมมีกี่ประเภท และมีแบบไหนบ้าง ซึ่งในบทความนี้จะมาช่วยอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของเกษตรกรรมกันมากขึ้น เกษตรกรรม คืออะไร เกษตรกรรม หมายถึง กระบวนการในการผลิตอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยการเพาะปลูกพืชจะมีการเรียกกันว่า กสิกรรม และการเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บก หรือว่าสัตว์น้ำ ที่มีการเลี้ยงสัตว์อย่างเป็นระบบ และเป็นที่ผู้ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม ก็จะให้เรียกกันว่า เกษตรกร ประเภทของเกษตรกรรม มีอะไรบ้าง มาถึงในเรื่องของประเภทเกษตรกรรมกันบ้าง หลังจากที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า เกษตรกรรมคืออะไร โดยประเภทของเกษตรกรรมก็สามารถที่จะแบ่งออกมาได้ทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน ซึ่งก็มีดังต่อไปนี้ 1. กสิกรรม หมายถึง เป็นการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ เช่น การทำไร่, การทำนา, การปลูกผลไม้ หรือว่าการปลูกพืชไร้ดินก็เรียกว่าเป็นการทำกสิกรรมเช่นกัน 2. ปศุสัตว์ หมายถึง การที่ผู้เลี้ยงประกอบอาชีพในการเลี้ยงสัตว์ที่อยู่บนบก เช่น การทำฟาร์มโคนม, การทำฟาร์มหมู, การทำฟาร์มปศุสัตว์,...

READ MORE
วิธีเลี้ยงแคคตัสให้ออกดอก ง่ายๆ มือใหม่ก็ทำได้

วิธีเลี้ยงแคคตัสให้ออกดอก ง่ายๆ มือใหม่ก็ทำได้

ต้นแคคตัส ถือเป็นต้นไม้ที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะสภาพอากาศของประเทศไทยนั้นเป็นสภาพอากาศที่ต้นแคคตัสชื่นชอบ แถมความอึดถึกทนของต้นแคคตัสไม่แพ้ต้นไหนในโลก จึงทำให้กลายเป็นต้นไม้ขายดีทุกตลาดต้นไม้ แต่หลายคนอยากเลี้ยงต้นแคคตัสให้ออกดอกสวย แต่ก็ไม่สามารถทำได้สักที เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยเตรียมวิธีเลี้ยงแคคตัสอย่างไรให้ออกดอกมาฝาก ปัจจัยที่ทำให้ต้นแคคตัสออกดอก น้ำ เรื่องน้ำถือเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้แคคตัสจะไม่ชอบน้ำมาก แต่นานๆทีเรารดน้ำให้เขาจะต้องเป็นน้ำที่สะอาด รดน้อยๆ ที่ดินโดยตรง เพราะถ้าน้ำค้างบนต้นอาจทำให้ต้นเน่า หรือไหม้แดดได้ ใช้วิธีรดน้ำด้วยการดูดิน ถ้าดินแห้งให้รดน้ำได้เลย เพราะถ้ารดน้ำเยอะอาจทำให้รากเน่าได้ และไม่แนะนำให้รดน้ำตอนกลางคืน เพราะจะทำให้เกิดราที่รากได้  ดิน เวลาที่ได้ต้นแคคตัสมา เราควรเปลี่ยนดินทันที เพราะดินที่ร้านมาพร้อมกับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ โดยเราสามารถผสมดินที่มีคุณภาพ เพียงแค่ใช้ดินสีดำ หรือดินเฉพาะการปลูกแคคตัส และแนะนำให้หมั่นคอยใส่ปุ๋ยคอก หรือสารอาหารที่จำเป็น เพราะถือเป็นการเติมอาหารให้กับแคคตัสนั่นเอง แดด โดยธรรมชาติของต้นแคคตัสจะนิยมให้แดด 5-6 ชั่วโมงขึ้นไป โดยพวกมีขนหรือหนามน้อยให้กางผ้าใบลดแสง ส่วนพวกที่มีขนเยอะๆ หรือหนามเยอะๆ สามารถโดยแดดได้ตามปกติ โดยแดดจะสัมพันธ์กับน้ำ ต้องรดให้น้อย อย่าให้ดินชุ่ม เพราะรากที่ชุ่มน้ำกลางแดดจัดก็เหมือนต้มแคคตัสให้สุกดีๆ อากาศ วิธีการเลี้ยงแคคตัสให้ออกดอกสวน จะไม่ดูอุณหภูมิเด็ดขาด เพราะบางต้นเคยชินกับแดดจัดแบบ 35 องศา แต่ถ้าอากาศร้อนมากๆ แถมในช่วงฝนตก ดินจะชื้น ต้องคอยรดน้ำให้น้อยกว่าเดิม ถเพราะไม่เช่นนั้น...

READ MORE
“จาวปลวก” ประโยชน์หลากหลาย ย่อยสลายได้เร็ว

“จาวปลวก” ประโยชน์หลากหลาย ย่อยสลายได้เร็ว

“จาวปลวก” คือ รังเลี้ยงตัวอ่อน ที่ปลวกสร้างขึ้นจากมูลของมันเอง ซึ่งมูลของปลวกจะมี 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นมูลที่ถูกย่อยภายในลำไส้เพียงเล็กน้อย สภาพเป็นของแข็ง และชนิดที่สองเป็นมูลที่ถูกย่อยภายในลำไส้อย่างดี สภาพเป็นของเหลว โครงสร้างเป็นรูพรุนคล้ายกับฟองน้ำ รูปร่างหยักไปมาคล้ายปะการังหรือสมอง แต่บางชนิดก็มีรูปร่างคล้ายกับรังผึ้ง มีเพียงแค่ลวดลายที่แตกต่างกันออกไป แถมบางครั้งยังสามารถบอกประเภทของปลวกได้อีกด้วย  วิธีทำ “น้ำหมักจุลินทรีย์” จากจาวปลวก วัตถุดิบและอุปกรณ์  1. จาวปลวกที่ขุดมาใหม่ ๆ ประมาณ 2-3 จาว 2. ข้าวสุก ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว จำนวน 1 หม้อ 3. น้ำสะอาดแบบไม่มีคลอรีน ประมาณค่อนถัง 4. ถังน้ำมีฝาปิด 1 ใบ วิธีทำ  นำจาวปลวกมาคลุกกับข้าวสุก หลังจากนั้นเทลงในถังพลาสติกที่มีน้ำสะอาดใส่ไว้เกือบเต็มถึง โดยเหลือที่ว่างจากปากถังประมาณ 1 ฝากมือ พร้อมกับปิดฝาและตั้งไว้ในบริเวณที่โดดแดดตอนเช้า ขยับเข้าร่มในช่วงบ่าย หมักทิ้งไว้แบบนี้เป็นเวลา 7 วัน ก็จะทำให้คุณได้จุลินทรีย์จากจาวปลวกแบบน้ำ ที่มีลักษณะเป็นน้ำสีขาว ใส มีกลิ่นเปรี้ยว ซึ่งถือเป็นลักษณะของน้ำหมักจุลินทรีย์ที่พร้อมใช้งานแล้ว...

READ MORE