เอาใจคนรักขนมไทย ด้วยเบเกอรีโฮมเมดตำรับไทย ใหม่ล่าสุดจาก Yellow Spoon Menu

Yellow Spoon Menu

Yellow Spoon Pastry ร้านเบเกอรีโฮมเมด สูตรหวานน้อยรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทานเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยน ด้วยวัตถุดิบคุณภาพในทุก Yellow Spoon Menu วันนี้มาพร้อมกับเมนูใหม่ล่าสุดเอาใจคนรักขนมไทย รังสรรค์ขนมหวานตำรับไทยสไตล์ Yellow Spoon ภายใต้โปรเจกต์ “ไทไท บาย Yellow Spoon” ที่ใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจกลับมาสั่งทานซ้ำแน่นอน วันนี้เราจึงนำเมนูไทไทมาแนะนำให้สาวกขนมไทยได้รู้จัก ส่วนจะมีเมนูไหนบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กันเลย

1. ครัมเบิ้ลชีสมะม่วงน้ำดอกไม้ (Mango cheese crumble)

ฤดูกาลแห่งมะม่วงน้ำดอกไม้สุกหวานหอมเหลืองอร่าม เหมาะกับเมนูไทไทอย่างครัมเบิ้ลชีสมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นอย่างมาก ความกรุมกรอบหอมเนยของครัมเบิ้ล และความนุ่มของครีมชีสที่แสนละมุนละมัย ให้รสชาติหวานน้อยกำลังดีตามแบบฉบับ Yellow Spoon Menu เสิร์ฟเป็นเมนูขนมหวานแบบเย็นคู่กับมะม่วงน้ำดอกไม้รสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ พร้อมซอสมะม่วงสัมผัสสดชื่น ยิ่งทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูจานโปรดในช่วงฤดูร้อนได้โดยปราศจากคู่แข่ง

2. ขนมเบื้อง (Sweet egg floss crispy cake)

เมนูขนมไทยในตำนานที่หลาย ๆ คนยกให้เป็นเมนูขนมจานโปรด กับรสชาติใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยตามแบบฉบับเบเกอรีสไตล์ Yellow Spoon ชั้นล่างสุดถูกวางด้วยขนมรสชาติคุ้นเคยอย่างทองม้วนหวานกรอบ ต่อด้วยครีมสดนุ่มฟูสูตรไม่หวานเพื่อไม่ให้กลบความหวานฉ่ำของฝอยทองร้านแม่นิด ดิโอลด์สยาม ที่วางเรียงรายเหลืองอร่ามอยู่ที่ชั้นบนสุด ให้รสสัมผัสของขนมเบื้องที่แปลกใหม่เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

3. อัญชันมะพร้าวอ่อน (Young Coconut & Butterfly Pea Cake)

เริ่มต้นด้วยเค้กอัญชันเนื้อนุ่มปราศจากสารปรุงแต่ง สูตรพิเศษของ Yellow Spoon Menu นำมาราดครีมสดสูตรหวานน้อยเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้านที่หลาย ๆ คนติดใจ เสริมทัพความอร่อยด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนสด ๆ จากสวน ที่ทางร้านคว้านสดปราศจากสิ่งปรุงแต่งใด ๆ ให้คุณได้สัมผัสรสชาติความหอมหวานของเนื้อมะพร้าวแท้ ๆ มิหนำซ้ำเมนูนี้ยังเสิร์ฟเป็นเมนูเย็น เรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

4. ฟักทองสังขยาชาไทย (Thai Tea Kaya & Pumpkin Cake)

เปิดความอร่อยของเมนูนี้ด้วยเค้กฟักทองเนื้อนุ่มที่มีสัมผัสของเนื้อฟักทองปนอยู่ด้วย ความหวานของเค้กและเนื้อฟักทองลงตัวกับครีมสดสูตรไม่หวานของทางร้าน เพิ่มความอร่อยด้วยสังขยาชาไทยรสเข้มสูตรดั้งเดิม ที่ให้รสชาติหวานหอมลงตัวพอดีกับความหวานของฟักทอง ทานเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยน ปิดท้ายด้วยการโรยท็อปปิ้งฟักทองอบกรอบไว้บนสังขยาชาไทย สร้างรสสัมผัสสุดพิเศษ แถมมีประโยชน์ด้วยสารอาหารต่าง ๆ จากฟักทอง อร่อยมากคุณค่าขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว

เป็นอย่างไรบ้างกับ 4 ความอร่อยจาก Yellow Spoon Menu ที่วันนี้คุณสามารถสั่งเดลิเวอรีมาทานกันได้แล้ว เสิร์ฟความหวานสไตล์ไทยถึงหน้าบ้านคุณ อร่อยสะดวกไม่ต้องกลัวรถติดหรือโควิด อย่ารอช้ารีบกดสั่งความอร่อยรูปแบบใหม่จาก Yellow Spoon Pastry ที่คุณไม่ควรพลาด

ทำไมประกันชั้น 3 พลัส ถึงราคาถูก?

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำไมประกันชั้น 3 พลัส ถูกมากๆ ถูกขนาดนี้ความคุ้มครองของแผนประกันประเภทนี้จะคุ้มครองอะไร งานนี้ใครที่ยังไม่เคยรู้จักเจ้าประกันชั้น 3 ละก็ บทความนี้จะมาบอกคุณเองว่าทำไมประกันชั้น 3 พลัส ราคาถูก แต่สำหรับใครที่รู้จักและทำความเข้าใจประกันรถยนต์ชั้น 3 + ละก็สามารถอ่านบทความนี้ได้เช่นกันค่ะ  

สาเหตุที่ทำให้ประกันชั้น 3 พลัส ราคาถูก 

การที่เรารู้สาเหตุของประกันชั้น 3 พลัส ราคาถูกได้ เราจำเป็นต้องศึกษาความคุ้มครองของประกันรถยนต์ประเภทนี้ให้ดีก่อน แล้วเราจะได้คำตอบ เพราะฉะนั้นเราเลยเตรียมความคุ้มครองของประกันชั้น 3 + และส่วนที่ประกันชั้น 3 + ไม่คุ้มครองมาฝาก  

ความคุ้มครองของประกันชั้น 3 +  

  • คุ้มครองความรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ ซึ่งเป็นดูแลนอกเหนือจากส่วนของประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์นั่นเอง หรือสรุปก็คือ ดูแลค่ารักษาพยาบาล รวมถึงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและถึงขั้นเสียชีวิตนั่นเอง 
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส ยังคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับทุนประกันที่ผู้เอาประกันชั้นเป็นผู้เลือก ซึ่งส่วนนี้จะช่วยเเบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้พอสมควร  
  • ในกรณีที่รถชนรถ ทางประกันชั้น 3 พลัส จะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย  
  • ประกันชั้น 3 + คุ้มครอง จะให้ความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต จะช่วยประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญาที่ต้องส่งฟ้องศาล ทั้งนี้ค่าประกันตัวจะขึ้นอยู่กับทุนประกันที่คุณเป็นผู้เลือก  

ประกันชั้น 3 + ไม่คุ้มครองส่วนใดบ้าง  

แม้ความคุ้มครองของประกันชั้น 3 พลัส จะใหล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ความคุ้มครองของประกันประเภทนี้ก็แตกต่าง และมีส่วนที่แผนประกันประเภทนี้ไม่คุ้มครองอย่างเช่น  

  • ประกันชั้น 3 พลัส ไม่คุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุการชนกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ด้วยกัน อย่างเช่น ขับรถชนกระถางต้นไม้, ขับรถชนฟุตบาท, เฉี่ยวรั้วบ้าน และอื่นๆ ประกันชั้น 3 พลัส จะไม่คุ้มครองไม่ว่าจะเป็นในกรณีใดก็ตาม  
  • ไม่คุ้มครองในกรณีที่รถยนต์เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม แผ่นดิน ลูกเห็บตกใส่รถจนเกิดความเสียหาย กรณีไฟไหม้ เกิดเหตุก่อการร้าย  
  • ไม่คุ้มครองในกรณีที่รถโดนโจรกรรม นอกจากคุณจะซื้อแผนประกันที่คุ้มครองเรื่องการโจรกรรมโดยเฉพาะ  

และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ประกันชั้น 3 พลัส ราคาถูกนั่นเอง เนื่องจากความคุ้มครองไม่ได้ครบถ้วน และครอบคลุมเหมือนประกันรถยนต์ทั่วไป แต่ข้อดีของประกันประเภทนี้ดูจะตอบโจทย์ ผู้ที่มีงบสำหรับทำประกันรถยนต์ไม่เยอะ แต่อยากได้ความคุ้มครองเพิ่มความอุ่นใจเวลาขับขี่รถยนต์นั่นเอง  

แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เริ่มจากการแก้ปัญหาเรื่องขยะ

แก้ปัญหาเรื่องขยะ

ว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาในบ้านเราต้องยอมรับว่ามีหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องขยะ ที่เรามักจะเห็นข่าวเสมอตามพื้นที่ต่างๆ ที่มีขยะล้นเป็นภูเขา ซึ่งยังไม่สามารถมีช่องทางในการกำจัด ขยะในบ้านเรือนของเรามีหลายประเภทมาก และหลายบ้านก็คงไม่ได้แยกขยะก่อนทิ้งด้วย เพราะว่าเรามักทิ้งขยะรวมกันแล้วมัดเป็นถุงเดียววางไว้หน้าบ้าน กรณีที่มีรถขยะมาเก็บ แต่บางบ้านก็นำไปทิ้งบริเวณถังขยะเลย และการที่เราไม่ได้แยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ในบางครั้งหน่วยงานที่จัดการขยะไม่สามารถคัดแยกขยะ หรือไม่สามารถนำขยะไปรีไซเคิลหรือทำลายขยะอันตรายได้ และวันนี้เราจะพาไปรู้จักวิธีการแยกขยะกัน เพื่อทำให้คุณนั้นได้มีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพได้

            สิ่งที่เราสามารถช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้ ควรเริ่มง่ายๆ จากเรื่องการทิ้งขยะ และก่อนอื่นเราจะต้องไปทำความรู้จักกับประเภทของขยะก่อน เพื่อให้คุณเข้าใจถึงประเภทและทำการแยกขยะได้อย่างถูกต้อง สำหรับขยะมูลฝอยในประเทศของเราแบ่งเป็น  4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

            ขยะอินทรีย์ เป็นขยะที่สามารถย่อยสลายหรือเน่าเสียได้ อย่างเช่น เศษอาหาร ผัก ผลไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า ขยะประเภทนี้เรามักนำไปทำเป็นน้ำหมักจุลินทรีย์ ปุ๋ยต่างๆ โดยสามารถนำไปใช้ในการบำรุงดินหรือต้นไม้ได้ด้วย โดยถังขยะที่เราจะใช้ทิ้งเหล่านี้ คือ ถังขยะสีเขียวที่มีลักษณะสามเหลี่ยมและจะมีรูก้างปลาและเศษอาหารอยู่ตรงกลางถัง

            ขยะรีไซเคิล เป็นขยะที่สามารถนำแปรรูปและนำไปใช้ประโยชน์ใหม่ได้อีกครั้ง ขยะเหล่านี้ คือ แก้ว พลาสติก กระดาษ กระป๋อง ลัง โลหะ และเราสามารถนำขยะไปขายเป็นของเก่าได้ หรือนำไปส่งต่อตามสถานที่ต่างๆที่เขาต้องการ ส่วนถังขยะที่รองรับคือ ขยะสีเหลืองที่มีสัญลักษณ์เป็นลูกศรหมุนวนเป็นทรงสามเหลี่ยม

            ขยะอันตรายหรือขยะที่มีสารพิษ อย่างเช่น หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย กระป่องสเปรย์ โดยเราอาจดูเครื่องหมายเตือนที่ฉลากก็ได้ เราจึงต้องนำขยะไปจัดการอย่างถูกต้องและปลอดภัย  ส่วนถังขยะที่รองรับ คือ ถังขยะสีส้ม ที่มีสัญลักษณ์วงกลมและมีลูกศรสีขาวชี้ลง และหัวกะโหลกกับกากบาทด้านใน

            ขยะทั่วไป เป็นขยะทั่วไปที่ย่อยสลายได้ยากแต่ไม่ใช่ขยะอันตราย เช่น โฟม ฟอยด์  ถุงพลาสติก เราจะต้องแยกก่อนทิ้ง เพื่อจะได้กำจัดได้อย่างถูกต้อง เราจะนำขยะนี้ไปใส่ในถังขยะสีน้ำเงินที่เป็นรูปคนกำลังทิ้งขยะลงถัง

            สำหรับการแยกขยะ คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ ขยะย่อยสลายได้ คุณต้องแยกระหว่างเศษอาหารและใบไม้ และควรเก็บในภาชนะที่ปิดได้

          ถ้าเป็นขยะรีไซเคิลนั้นควรแยกให้ออกจากกันก่อนที่จะนำไปขาย เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น กระดาษ ควรแยกประเภทของกระดาษไว้ด้วยและมัดแต่ละชนิดให้เรียบร้อย แต่ถ้าเป็นแก้วก็ล้างให้สะอาดและเก็บรวมกันไว้ แต่ถ้าเป็นพลาสติกก็ต้องนำมาทำความสะอาดและก็ทำให้แบน และแยกระหว่างพลาสติกใสและขุ่นบ้าง แต่ถ้าเป็นขยะอันตราย คุณจะต้องแยกออกจากขยะประเภทอื่นและเก็บให้เรียบร้อย แต่ถ้าเป็นขยะทั่วไปก็ต้องเก็บรวมกันไว้

            และให้มาแยกประเภทต่างๆตามสีที่กำหนด และก็ต้องทำความสะอาดบริเวณที่เก็บขยะให้สะอาด และก็ไม่ควรเผาขยะโดยไม่จำเป็นด้วย

            ทั้งหมดนี้ คือ การแยกขยะที่ถูกต้องที่คุณควรทำความเข้าใจให้ดี

ภาวะโลกร้อน สภาวะของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อมนุษย์

ภาวะโลกร้อน

หากจะพูดถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันนี้เราจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลากหลายมิติ หลากหลายเรื่องราวมาก สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาต่างๆ เหล่านั้น นั่นก็คือ ภาวะโลกร้อนนั่นเอง ตอนนี้โลกของเรากำลังผจญกับภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้อุณหภูมิทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อระบบนิเวศทั่วโลก ภาวะโลกร้อนส่งผลโดยตรงต่อการทำเกษตรกรรมของไทยเรา  ดังนั้นวันนี้เราจึงควรให้ความสำคัญและช่วยกันแก้ไขภาวะโลกร้อน เริ่มต้นจากการทำความรู้จักกับเรื่องนี้

ภาวะโลกร้อน คือ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมของมนุษย์ที่กระทำนั้นเป็นการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงและการตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น โดยหลายคนอาจสงสัยว่าก๊าซเรือนกระจกประกอบด้วยอะไรบ้างและมีที่มาจากไหน สำหรับก๊าซเรือนกระจก มีก๊าซสำคัญอยู่3 ชนิด คือ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงต่างๆ ก๊าซมีเทน  เกิดจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต เช่น ในนาข้าว และก๊าซชนิดสุดท้าย คือ ก๊าซไนตรัสออกไซด์ มาจากอุตสาหกรรมที่ใช้กรดไนตริกในกระบวนการผลิต รวมทั้งปุ๋ยไนโตรเจนในการเกษตรกรรม

เมื่อก๊าซเรือนกระจกรวมตัวกันมากขึ้น ก็ทำให้เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกที่ทำให้รังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์ผ่านมายังผิวโลกได้ และจะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวที่โลกคายออกมาไม่ให้หลุดออกนอกบรรยากาศ  เหมือนกับมีผ้าห่มขนาดใหญ่คลุมโลกเอาไว้ เมื่อรับรังสีคลื่นสั้นเข้ามาและรังสีคลื่นยาวไม่สามารถสะท้อนออกไปได้ ทำให้โลกร้อนขึ้นและเกิดก๊าซเรือนกระจก

สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยในประเทศไทย ในช่วงเวลา 40 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2524-2561 อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนก็ไม่ต่างกันมากด้วย เพราะว่าอุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดมีความใกล้เคียงกั่นมาก ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียสนั่นเอง และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสอีกด้วย

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าประเทศของเราเองกำลังผจญกับภาวะโลกร้อนอยู่เหมือนกัน เราควรช่วยกันหาทางแก้ไข เพื่อลดปัญหาในการเกิดภาวะโลกร้อนให้ลดลงได้ โดยเริ่มจากตัวเราเอง เริ่มจากการที่เราลดการใช้ถุงพลาสติก เพราะว่าเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะใช้เลาในการย่อยสลายเป็นร้อยๆ ปี และการที่คุณเผาถุงพลาสติกก็ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศมากขึ้น เพื่อเป็นการลดใช้พลาสติก เราอาจใช้ถุงผ้าในการซื้อของแทน หรืออาจจะลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัวลงไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ เพราะว่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโลกร้อนด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือ ความหมายของภาวะโลกร้อน และวิธีการลดภาวะโลกร้อนที่คุณทำได้ด้วยตนเอง

ธรรมชาติบำบัดธรรมชาติทางรอดและทางเลือก

ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเจริญทางวัตถุ สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือ ความเจริญนี้ก็แลกมาพร้อมกับความเสี่ยมทางสังคมและสิ่แวดล้อม สังเกตุจากสภาพอากาศและมลภาวะที่นับวันจระยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น  ทางเดียวที่เราจะช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมให้โลกของเราไม่เป็นมลพิษต่อการใช้ชีวิต คือ การบำบัดธรรมชาติโดยใช้ธรรมชาติ  ตอนที่เรายังเด็ก เรามักได้ยินว่าเราไม่ควรปลูกต้นไม้ไว้ในห้องนอนของเรา เพราะว่าต้นไม้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืน ทำให้เรารู้สึกอึดอัดหรือหายใจไม่ออก เราเองก็เข้าใจมาอย่างนั้น จึงได้แต่ปลูกต้นไม้ไว้นอกห้องนอนหรือนอกบ้าน แต่ความคิดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะเมื่อไม่นานมานี้นาซ่า ได้ทำการวิจัยและค้นพบว่า ต้นไม้บางชนิดก็ช่วยดูดซับสารพิษได้ และไทยเองก็มีต้นไม้หลายชนิดที่มีลักษณะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า ต้นไม้เหล่านี้ช่วยดูดสารพิษในอากาศได้อย่างไร

            ต้นไม้ช่วยดูดสารพิษในส่วนของการคายน้ำออกทางปากใบ นอกจากการคายน้ำทางใบแล้ว ยังมีการดูดสารพิษผ่านการดูดน้ำจากรากด้วย เมื่อน้ำซึมลงไปยังรากของต้นไม้แล้ว น้ำก็จะถูกดูดซึมไปใช้ในส่วนต่าง และในกระบวนการนี้อากาศจะมีทั้งออกซิเจน ไนโตรเจน และสารพิษก็จะถูกดึงสู่ดิน และจุลินทรีย์นั้นจะเปลี่ยนสารพิษให้กลายเป็นอาหารของพืชต่อไป และแบบสุดท้ายคือ การดูดสารพิษผ่านการดูดอากาศ และต้นไม้เองก็ดูดสารพิษในอากาศเข้าทางปากใบ ส่งไปยังราก และลงดิน จุลินทรีย์ในดินก็จะช่วยย่อยสลายสารพิษนั้นด้วย และต้นไม้ไม่ได้แค่ช่วยดูดซับสารคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่ยังช่วยดูดสารปนเปื้อนต่างๆได้ด้วย เช่น สารแอมโมเนีย เบนซิน  แอลกอฮอล์ เป็นต้น

            ต้นไม้ช่วยดูดสารพิษที่คนไทยนิยมปลูกกัน คือ วาสนาอธิฐาน เศรษฐีเรือนใน เศรษฐีเรือนแก้ว สาวน้อยประแป้ง ว่านหางจระเข้ เฟิร์นบอสตัน  เป็นต้น ซึ่งความจริงแล้วยังมีอีกหลายชนิดมากๆ คุณสามารถศึกษารายละเอียดด้วยตัวคุณเองได้เลย

            กระบวนการฟอกอากาศของต้นไม้จะมีประสิทธิภาพได้นั้น คุณจะจะต้องอาศัยแสงแดดด้วย รวมทั้งต้องเข้าใจในเรื่องเขตการหายใจของคนด้วย เพื่อให้สามารถฟอกอากาศในขณะที่เราหลับได้อย่างเต็มที่ และควรเลือกต้นไม้ที่คายออกซิเจนในตอนกลางคืนอย่าง ว่านหางจระเข้ หรือ ลิ้นมังกรหากต้องการปลูกข้างเตียงแต่ถ้ามีสวนหรือต้องการปลูกต้นไม้ดูดสารพิษข้างนอกก็ควรเลือกที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี เพื่อช่วยดักจับมลพิษที่เข้ามาในบ้านของเราด้วย             ทั้งหมดนี้ คือ กระบวนการดูดสารพิษของต้นไม้ที่จะช่วยให้บ้านของคุณนั้นมีอากาศบริสุทธิ์และทำให้คุณหายใจได้อย่างสดชื่นมากยิ่งขึ้น